สถานการณ์ใต้ เกิดเหตุระเบิด–วางเพลิงปั๊มน้ำมัน 11 จุดใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ นายกฯ สั่งยกระดับความมั่นคง เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 11 มกราคม 2569 โดยกลุ่มคนร้ายได้กระจายกำลังก่อเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันพร้อมกันรวม 11 จุด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และทรัพย์สินได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง โชคดีไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
รายงานระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. เป้าหมายส่วนใหญ่เป็นสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนราธิวาส 5 จุด ได้แก่ อำเภอเจาะไอร้อง จะแนะ ระแงะ แว้ง และสุไหงโก-ลก จังหวัดยะลา 4 จุด ในหลายอำเภอรวมถึงอำเภอเมืองยะลา และจังหวัดปัตตานี 2 จุด ในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอกะพ้อ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและพนักงานสถานีบริการน้ำมันอีก 3 ราย ขณะที่หัวจ่ายน้ำมันและอาคารภายในปั๊มหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมพื้นที่และเร่งตรวจสอบหลักฐานทันทีหลังเกิดเหตุ


ต่อมาเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยสั่งการให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยกระดับการรักษาความปลอดภัยและการเฝ้าระวังในพื้นที่ขั้นสูงสุด พร้อมปรับปรุงระบบการข่าว เนื่องจากการก่อเหตุพร้อมกันหลายจุดสะท้อนถึงช่องโหว่ด้านข่าวกรองบางประการ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายและดำเนินการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้มอบหมายให้แม่ทัพภาคที่ 4 เร่งขยายผลการสอบสวน วิเคราะห์มูลเหตุจูงใจของการก่อเหตุ โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น (อบต.) ซึ่งมีขึ้นในวันเดียวกัน มากกว่าจะเป็นการก่อการร้ายในระดับสากล รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมอื่นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
ด้านมาตรการในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้ประกาศใช้เคอร์ฟิวชั่วคราวในบางอำเภอของจังหวัดนราธิวาส ระหว่างเวลา 21.00–05.00 น. ในช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อปิดล้อมตรวจค้นและติดตามตัวผู้ก่อเหตุ โดยปัจจุบันเริ่มมีการผ่อนคลายและยกเลิกมาตรการในบางจุดแล้ว ขณะเดียวกันยังคงใช้กฎหมายพิเศษในการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
ติดตามข่าวเพิ่มเติมได้ที่ mthai
ทางเข้าศูนย์รวมความบันเทิง MAHAHENG69