จากเหตุการณ์อุบัติเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟถล่มในพื้นที่จังหวัด นครราชสีมา ซึ่งสร้างความสูญเสียอย่างรุนแรงและกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ล่าสุดภาครัฐได้ประกาศมาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดจ่ายเงินช่วยเหลือ รายละ 1.7 ล้านบาท ให้แก่ครอบครัวผู้สูญเสีย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
นายกฯ ลงพื้นที่ เยียวยาเครนถล่ม จี้ผู้รับเหมาเร่งรับผิดชอบ
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียด พร้อม กำชับบริษัทรับเหมาหลักและผู้เกี่ยวข้องให้รับผิดชอบอย่างถึงที่สุด หากพบความประมาทเลินเล่อหรือการละเลยมาตรฐานความปลอดภัย จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีข้อยกเว้น

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อระบบกำกับดูแลโครงการก่อสร้างของประเทศ โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมสั่งการให้ทบทวนมาตรการความปลอดภัยทั้งระบบ ตั้งแต่การออกแบบ การควบคุมงาน ไปจนถึงการตรวจสอบอุปกรณ์และบุคลากร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย
ด้านหน่วยงานด้านแรงงานและคมนาคม ได้รับคำสั่งให้เร่งดูแลสิทธิแรงงานที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงช่วยเหลือด้านกฎหมายและการเยียวยาเพิ่มเติมในกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บต้องการความช่วยเหลือระยะยาว
เหตุเครนถล่มครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังสะท้อนถึงคำถามสำคัญเรื่อง มาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างของไทย ซึ่งสังคมกำลังจับตาว่าการตรวจสอบและบทลงโทษครั้งนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
วิกฤตเครนถล่ม 2 วันซ้อน สะเทือนความปลอดภัยงานก่อสร้างไทย ดับรวมอย่างน้อย 34 ราย
บทความโดย MThai
ทางเข้าศูนย์รวมความบันเทิง คลิกที่นี่