กลับมาเป็นฝันร้ายรายปีสำหรับคนไทยอีกครั้ง เมื่อกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ที่มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์นี้ (19-24 มกราคม 2569) ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคเหนือตอนบน ซึ่งถือเป็นช่วงรอยต่อสำคัญของฤดูกาลที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง
ทำไม วิกฤตฝุ่นใต้ฝาชี ถึงหนักในช่วงนี้? (The Lid Effect)
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาที่เรียกว่า สภาวะอากาศปิด หรือการเกิดชั้นอุณหภูมิผกผัน (Inversion) ในช่วงรอยต่อฤดูหนาว

- การระบายอากาศลดลง: ลมมรสุมที่มีกำลังอ่อนลงทำให้มวลอากาศนิ่งเปรียบเสมือนมี ฝาชี มาครอบเมืองไว้ ฝุ่นละอองที่เกิดจากการจราจร โรงงาน และการก่อสร้างไม่สามารถลอยตัวขึ้นสู่บรรยากาศชั้นบนได้
- ความกดอากาศสูง: มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมในช่วงเช้าสร้างแรงกดทำให้ฝุ่นสะสมตัวหนาแน่นในระดับที่จมูกคนเราสูดดมเข้าไปได้ง่ายที่สุด
- ปัจจัยเสริมจากภาคเหนือ: สำหรับพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ นอกจากสภาพอากาศแล้ว ยังเริ่มพบสัญญาณความร้อน (Hotspots) จากการเตรียมพื้นที่เกษตรกรรมในประเทศเพื่อนบ้านและในพื้นที่เอง ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ค่าฝุ่นพุ่งสูงเร็วกว่าปีก่อนๆ
พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ วิกฤตฝุ่นใต้ฝาชี
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล: เน้นย้ำเขตที่มีการจราจรหนาแน่นและแนวก่อสร้างรถไฟฟ้า เช่น เขตดินแดง, วังทองหลาง, คลองสามวา และพื้นที่รอยต่อจังหวัดสมุทรปราการ-สมุทรสาคร
- ภาคเหนือ: พื้นที่แอ่งกระทะอย่าง จ.เชียงใหม่, จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมักจะเผชิญกับค่าฝุ่นที่สูงกว่ามาตรฐานหลายเท่าตัวในช่วงอากาศนิ่ง
แนวทางการรับมือและข้อควรปฏิบัติ
เพื่อให้ผ่านพ้นช่วง 5 วันอันตรายนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ประชาชนควรยึดหลัก เช็ก-เลี่ยง-ป้องกัน ดังนี้:
- เช็ก (Check): ตรวจสอบค่าฝุ่นผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai หรือ AirBKK ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หากค่าฝุ่นอยู่ในโซนสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบ) หรือสีแดง (มีผลกระทบมาก) ควรปรับแผนการใช้ชีวิตทันที
- เลี่ยง (Avoid): งดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ให้ใช้เวลาให้น้อยที่สุด
- ป้องกัน (Protect): หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถกรอง PM 2.5 ได้ จำเป็นต้องใช้หน้ากากมาตรฐาน N95 ที่กระชับกับใบหน้าเท่านั้น และสำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง (โรคทางเดินหายใจ, โรคหัวใจ) ควรเตรียมยาประจำตัวให้พร้อม
บทสรุป
สถานการณ์ฝุ่นในช่วงวันที่ 19-24 มกราคมนี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของฤดูกาลฝุ่นที่อาจลากยาวไปจนถึงเดือนมีนาคม การตระหนักรู้และป้องกันตัวเองจึงเป็นเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุด ในขณะที่มาตรการจากภาครัฐ เช่น การคุมเข้มตรวจควันดำและการขอความร่วมมือ Work From Home ในวันที่ค่าฝุ่นวิกฤต ยังคงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยลดความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้
บทความโดย MThai
ทางเข้าศูนย์รวมความบันเทิง คลิกที่นี่